ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี สำหรับเราแล้ว ลำพูนเป็นเมืองขนาดอบอุ่น ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และผู้คนเป็นมิตร นอกเหนือไปจากการเดินทางภายในจังหวัดที่สะดวกสบายแล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา เป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ดัง และยังเป็นที่พำนักของศิลปินชั้นครูอีกหลายคน
หากแต่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ อาจดูเหมือนเป็นทางผ่านสำหรับนักเดินทางที่จะไปเชียงใหม่ จนทำให้หลายคนพลาดที่จะแวะมาทำความรู้จักเมืองแห่งนี้ให้ลึกซึ้ง ทว่าล่าสุด ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้พัฒนาและเปิดตัวแอปพลิเคชัน Visit Lamphun และร่วมเรียนรู้/รู้จักกับเมืองลำพูนผ่านประสบการณ์ ‘รู้จักลำพูนใน 4 ชั่วโมง’” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน บนแนวคิด “Brown City” หรือ “เมืองเศรษฐกิจใหม่จากฐานมรดกทางประวัติศาสตร์” ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กอปรกับนำเทคโนโลยีและกิจกรรมใหม่ๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูเมือง ควบคู่เสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น
แอปพลิเคชั่น Visit Lamphun ถือเป็นโครงการการยกระดับและสนับสนุนองค์ความรู้เมืองต้นแบบเพื่อมุ่งสู่เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาดด้วยแนวคิดเมืองเศรษฐกิจ สีเขียว เมืองเศรษฐกิจใหม่จากฐานมรดกทางประวัติศาสตร์และเมืองแห่งสุขภาวะ พร้อมด้วยโครงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและการพัฒนานิเวศเมืองน่าอยู่สำหรับทุกช่วงวัยด้วยโมเดลเทศกาลบนฐานวัฒนธรรมเมืองเก่าลำพูน ภายใต้แผนงาน “พัฒนาเมืองน่าอยู่ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชน/ท้องถิ่น” ซึ่งสนับสนุนทุนการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมกับเทศบาลเมืองลำพูน จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแอปพลิเคชัน Visit Lamphun และร่วมเรียนรู้/รู้จักลำพูนผ่านประสบการณ์ ‘รู้จักลำพูนใน 4 ชั่วโมง’
ทั้งนี้ แอปพลิเคชั่น Visit Lamphun จะรวบรวมข้อมูลของเมืองเก่า พร้อมสำรวจแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ของเมือง รวมไปถึงจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด บางแห่งอาจเป็นที่ลับ ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ของการมาเยือนลำพูนในครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม แผนจากนี้ ทางโครงการจะทำการส่งมอบแอปพลิเคชัน Visit Lamphun ให้แก่เทศบาลเมืองลำพูนได้นำไปใช้งานจริง โดยเชื่อมั่นว่า จะเป็นเครื่องมือส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ผ่านสีสันความสนุกใหม่ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นพลังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น เรียนรู้ และทำรู้จักลำพูนในมิติที่แตกต่างและสร้างสรรค์ยิ่งกว่าเดิม
#VisitLamphun #CIAP #CTRD #MDRI #CMU
“ที่อมก๋อยจะมีเหมืองถ่านหินแล้วนะ ทำไมคนอมก๋อยไม่คิดจะทำอะไรเลยเหรอ” ข้อความจากโพสต์ของนักวิชาการอิสระท่านหนึ่งเมื่อปี 2562 เป็นคำถามที่ทิ้งไว้ให้ทุกคนที่ผ่านหน้าฟีดฉุกคิด และนำไปสู่การเคลื่อนไหวของชาวอมก๋อย
“หมุดหลักนี้ แสดงถึงเจตจำนงที่จะพิทักษ์ปกป้องผืนป่าแห่งนี้ไว้ มิให้ผู้ใดทำลาย และเพื่อแสดงถึงจิตวิญญาณ อัตลักษณ์ของชนเผ่า คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สืบไป” ข้อความสีแดงปรากฏบนหมุดหลักหนึ่งท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่ถูกผูกด้วยผ้าสีส้ม เพื่อแสดงถึงเจตจำนงในการรักษาพื้นที่ป่า 39 ไร่ 54 ตารางวา อันเต็มไปด้วย ‘จิตวิญญาณ’ ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงโปว์ ที่ได้เชื่อมโยงวิถีชีวิตของพวกเขาให้เข้ากับธรรมชาติ โดยผูกโยงศาสนา และความเชื่อดั้งเดิมเอาไว้ในผืนป่าแห่งนี้
ตั้งแต่เกิดมาจนอายุสิบเก้า ความรู้เรื่องการเอาตัวรอดของกูเรียกได้ว่ามีน้อยนิดยิ่งกว่าหางอึ่ง ถ้าไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็น ถ้าไม่ศึกษาเอาเอง กูว่ากูคงเอาตัวรอดในประเทศนี้ได้ยากแน่”